การอนุรักษ์ปลานกแก้วที่ยังต้องจับตาต่อไป

การอนุรักษ์ปลานกแก้ว จากที่ครั้งหนึ่งปลานกแก้วเคยเป็นหนึ่งในเมนูแนะนำที่ถูกพากันจับขึ้นมาวางขายบนชั้นวาง ในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปกันอย่างดาษดื่น


พวกมันถูกเทรนด์กระแสของมนุษย์ที่พิศมัยการเสาะหาของกินแปลกใหม่ สนุกสนานกับการเห่อกระแสกันไปพักหนึ่ง

ตราบเมื่อทางรัฐได้กำหนดให้ปลานกแก้วกลายเป็นสายพัณธ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครอง แต่พวกมันก็ยังคงถูกลักลอบล่าอย่างขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศในปัจจุบันและภายภาคหน้า

ปลานกแก้วเป็นปลาตามแนวประการังที่มีผลเกื้อกูลเป็นวงจรลูกโซ่กับระบบนิเวศเป็นอย่างมาก  มันไม่ใช่ถูกคุ้มครองแต่เฉพาะด้วยเหตุผลป้องกันการสูญพัณธ์แต่มันยังมีความหมายสำคัญที่ ผู้ที่ยังไม่มีความเข้าใจและยังคงเปิบเมนูนี้เมื่อมีโอกาส ควรจะเร่งทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน

ปลานกแก้วมีบทบาทในการช่วย กินสาหร่ายและซากปะการัง  สามารถช่วยเหลือปะการัง ไม่ให้ถูกสาหร่ายปกคลุมชั้นหนาเกินไปจนนำมาซึ่งปัญหาในการสังเคราะห์แสง จนปะการังไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้    โดยเฉพาะในภาวะที่ท้องทะเลเกิดภาวะผิดปกติจากปรากฏการณ์ธรรมชาติชนิดต่างๆรวมไปถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ทำให้แนวปะการังถูกปกคลุมหนาแน่นมากเกินไป ปลานกแก้วนี่ล่ะที่จะทำหน้าที่เป็นผู้เปรียบเสมือนคอยถางทางเดินป่า ให้ทุ่งปะการังเกิดแนวที่ปลอดโปร่ง และอาศัยอยู่ในทะเลได้อย่างแข็งแรง มีพื้นที่หมุนเวียนที่จะกำเนิดตัวอ่อนของปะการังผลัดเปลี่ยนได้อยู่เสมอ รวมถึงสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบต่างๆได้อย่างรวดเร็วขึ้น

และนอกจากนี้ การขับถ่ายของปลานกแก้วจะมีลักษณะเป็นทราย ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของทรายให้กับท้องทะเลได้ อันจะกลายเป็นวงจรของซากพืชและซากต่างๆในท้องทะเลถูกแปรสภาพกลายเป็นทรายได้เร็วขึ้น และเอื้อประโยชน์แก่สารพัดวงจรของหลากชีวิตในท้องทะเลต่อไป

ซึ่งมีการคำนวณกันเอาไว้ว่า ทั้งชีวิตของปลานกแก้ว 1 ตัว สามารถผลิตทรายได้ถึงกว่า 1 ตัน ซึ่งมนุษย์นอกจากยากที่จะพากันนำทรายไปให้ทะเลได้ถึง1ตันแล้ว ยังไม่อาจกระจายตำแหน่งที่เหมาะสมได้อีกด้วย ดังนี้แล้วเหล่าปลานกแก้วแต่ละตัวจึงถือเป็นสิ่งล้ำค่ามากสำหรับการช่วยรักษาระบบนิเวศให้กับท้องทะเล  ซึ่งหากเราจับปลานกแก้วหรือมีส่วนร่วมสนับสนุนผู้ล่าผิดกฏหมายด้วยการ บริโภคปลานกแก้วอย่างเห็นแก่ตัวปราศจากการรับรู้มีส่วนร่วมต่อการรักษาธรรมชาติแล้ว  ปลานกแก้วเพียง1ตัวที่ทานเข้าไปจะต้องแลกมากับการสูญเสียทราย1ตัน  ที่จะถูกนำไปกระจายไว้ในท้องทะเลในแต่ละจุดที่เหมาะสม และยังแลกกับความสูญเสียและเสื่อมโทรมของปะการังจำนวนมากมายมหาศาล

โดยเฉพาะทุกวันนี้ท้องทะเลไทยก็ถูกสารพัดปัญหา รุมซ้ำกระหน่ำมากเต็มทนอยู่แล้ว เพียงพวกเราช่วยกันเลี่ยงที่จะบริโภคปลาชนิดนี้และร่วมช่วยกันเผยแพร่ บอกต่อให้แก่คนรอบข้าง  เมื่อนั้นสิ่งเล็กๆที่เราได้ตระหนักที่จะละเลี่ยงและช่วย ก็จะสามารถฟื้นฟูท้องทะเลไทยและท้องทะเลโลกให้งดงามขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์


หน้าแรก

เมืองอมรปุระ

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *